การตรวจซิฟิลิสมักใช้เลือดมากกว่าหนึ่งชนิด เพราะไม่มีผลเดียวที่ตอบได้ครบว่าเคยติด กำลังติด หรือรักษาแล้ว การอธิบายว่า “บวกเท่ากับเป็นโรค ลบเท่ากับไม่เป็น” จึงอาจทำให้รักษาผิดหรือพลาดการติดเชื้อระยะแรก

การตรวจสองตระกูล

RPR และ VDRL เป็นการตรวจแบบ non-treponemal รายงานได้เป็นค่าไตเตอร์ จึงมีประโยชน์ต่อการประเมินกิจกรรมของโรคและติดตามการตอบสนองหลังรักษา แต่ผลบวกลวงเกิดได้จากภาวะอื่น และระยะแรกมากอาจยังลบ

TPHA, TPPA หรือ treponemal test ตรวจแอนติบอดีจำเพาะต่อเชื้อ มีบทบาทยืนยันผล ในหลายคนผลอาจคงบวกยาวนานแม้รักษาสำเร็จแล้ว จึงใช้ผลชนิดนี้เพียงอย่างเดียวตัดสินการติดเชื้อใหม่ไม่ได้

ห้องปฏิบัติการอาจเริ่มจาก RPR/VDRL แล้วตามด้วย TP test หรือใช้ลำดับกลับกัน การแปลผลต้องดูว่าตรวจด้วยวิธีใด ประวัติรักษา ผลเก่า อาการ และเวลาหลังเหตุสัมผัส

Quicky

เมื่อผลไม่ตรงกัน

ผลหนึ่งบวกอีกผลลบไม่ได้แปลว่าห้องแล็บผิดเสมอ อาจเป็นการติดเชื้อระยะแรก การติดเชื้อเก่าที่รักษาแล้ว ผลบวกลวง หรือความแตกต่างของชุดตรวจ บุคลากรอาจนัดตรวจซ้ำหรือใช้การตรวจเพิ่มเติมตามสถานการณ์

ผู้มีแผลไม่เจ็บ ผื่นที่ฝ่ามือฝ่าเท้า ต่อมน้ำเหลืองโต หรือคู่ได้รับการวินิจฉัย ควรแจ้งอาการแม้ผลครั้งแรกเป็นลบ หากสัมผัสไม่นานอาจต้องตรวจซ้ำตามช่วงที่บุคลากรกำหนด

หลังรักษายังต้องติดตาม

การติดตามมักเปรียบเทียบค่า RPR/VDRL กับค่าก่อนรักษา ไม่ควรคาดหวังว่า treponemal test จะกลับเป็นลบ การนัดติดตามช่วยแยกการตอบสนองต่อยา การติดเชื้อซ้ำ และกรณีที่ต้องประเมินเพิ่มเติม

ซิฟิลิสติดต่อสู่ทารกได้ การฝากครรภ์และตรวจตามระบบจึงสำคัญมาก ผู้มี HIV หรือมีอาการทางตา หู หรือระบบประสาทควรแจ้งแพทย์ เพราะอาจต้องประเมินเฉพาะทาง

Love2Test

ไปตรวจอย่างไรให้ได้คำตอบครบ

นำผลเก่าและประวัติการฉีดยามาด้วย บอกวันที่เสี่ยง ตำแหน่งแผล การตั้งครรภ์ และประวัติแพ้ยา ถามชื่อการตรวจ ค่าไตเตอร์ และวันนัดซ้ำให้ชัด ไม่ซื้อยารักษาเอง เพราะสูตรและระยะเวลาขึ้นกับระยะโรค

Chat Love2Test

แหล่งข้อมูล