ภาวะซึมเศร้าเป็นโรคที่รักษาได้ ไม่ใช่ความอ่อนแอ ผู้มี HIV อาจเผชิญความเครียดจากการวินิจฉัย การตีตรา ความสัมพันธ์ ค่าเดินทาง หรือโรคร่วม ขณะเดียวกันอาการซึมเศร้าอาจทำให้นอน กินยา ไปตามนัด และดูแลตนเองยากขึ้น จึงควรรักษาสุขภาพใจกับ HIV ในระบบเดียวกัน
เมื่อไรที่มากกว่าความเศร้าชั่วคราว
สัญญาณ ได้แก่ เศร้าหรือว่างเปล่าต่อเนื่อง หมดความสนใจ นอนไม่หลับหรือนอนมาก เบื่ออาหารหรือกินมาก เหนื่อย สมาธิลด รู้สึกไร้ค่า และคิดเรื่องความตาย อาการต้องได้รับการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช้แบบประเมินออนไลน์วินิจฉัยตนเอง
อาการบางอย่างอาจมาจากไทรอยด์ โลหิตจาง การติดเชื้อ ยา สารเสพติด หรือโรคอื่น จึงควรบอกแพทย์ทั้งยา ART ยาอื่น อาหารเสริม การนอน และการใช้สาร ไม่หยุด ART เองเพราะสงสัยว่าเป็นสาเหตุ
คลินิก HIV ควรทำอะไร
WHO แนะนำการบูรณาการบริการสุขภาพจิต รวมถึงซึมเศร้า วิตกกังวล และการใช้สาร เข้ากับบริการ HIV การคัดกรองต้องตามด้วยเส้นทางดูแล ไม่ใช่ถามแล้วปล่อย ผู้รับบริการอาจได้รับการปรึกษา จิตบำบัด ยา หรือการส่งต่อ ขึ้นกับความรุนแรงและความต้องการ
หากลืมยาเพราะใจไม่ไหว ให้บอกคลินิกตรง ๆ เป้าหมายคือแก้อุปสรรค เช่น กล่องยา การเตือน นัดที่ยืดหยุ่น ผู้ช่วยรับยา หรือการรักษาซึมเศร้า ไม่ใช่ตำหนิว่า “ไม่มีวินัย”
สิ่งที่ทำได้ในวันนี้
เลือกคนหนึ่งคนที่ไว้ใจและบอกอาการ นัดคลินิก HIV หรือหน่วยสุขภาพจิต เตรียมรายการยาและระยะเวลาที่เป็น การนอน การเคลื่อนไหว และกิจวัตรเล็ก ๆ ช่วยพยุงได้ แต่ไม่แทนการรักษาเมื่ออาการมาก
เมื่อเป็นเหตุฉุกเฉิน
หากกำลังคิดทำร้ายตัวเอง มีแผน มีอุปกรณ์ หรือไม่มั่นใจว่าจะปลอดภัย อย่าอยู่ลำพัง ให้ไปห้องฉุกเฉินหรือโทร 1669 ทันที สามารถโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อขอคำปรึกษา หากเป็นคนใกล้ชิด ให้รับฟังโดยไม่ตัดสินและช่วยจำกัดการเข้าถึงสิ่งที่อาจใช้ทำร้ายตัวเองระหว่างพาไปรับบริการ
การดูแล viral load โดยไม่ดูแลใจทำให้การรักษาไม่ครบ การถามเรื่องสุขภาพใจเป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐาน HIV ไม่ใช่บริการเสริม


