วันที่ 3 พฤษภาคม 2567 มูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation) จัดถ่ายภาพสำหรับแคมเปญ U=U&ME ที่สตูดิโอ Crimson ในกรุงเทพฯ เป้าหมายของแคมเปญไม่ใช่เพียงการเผยแพร่คำว่า U=U แต่ต้องการทำให้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เรื่องการรักษา HIV กลายเป็นความเข้าใจที่ผู้คนในสังคมนำไปใช้ได้จริง

กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนพัฒนาการสำคัญของการรับมือ HIV ในประเทศไทย จากอดีตที่สังคมมักเชื่อมโยง HIV กับความกลัวและการเสียชีวิต มาสู่ยุคที่การรักษาด้วยยาต้านไวรัสช่วยให้ผู้มี HIV มีสุขภาพแข็งแรง ใช้ชีวิตได้ตามปกติ และเมื่อรักษาจนคงระดับไวรัสต่ำถึงขั้นตรวจไม่พบ ก็จะไม่ถ่ายทอด HIV ให้คู่นอนผ่านเพศสัมพันธ์

ภาพประชาสัมพันธ์แคมเปญ U=U&ME
ภาพประชาสัมพันธ์แคมเปญ U=U&ME

U=U หมายถึงอะไร

U=U ย่อมาจาก Undetectable = Untransmittable หรือ “ตรวจไม่พบเท่ากับไม่ถ่ายทอด” หมายถึง ผู้มี HIV ที่รับประทานยาต้านไวรัสตามแผนการรักษาและรักษาระดับไวรัสในเลือดให้ต่ำจนการตรวจไม่พบ จะไม่มีความเสี่ยงในการถ่ายทอด HIV ให้คู่นอนผ่านเพศสัมพันธ์

องค์การอนามัยโลกระบุว่า ผู้มี HIV ที่มีระดับไวรัสตรวจไม่พบและยังรับประทานยาตามที่ได้รับคำแนะนำ มีความเสี่ยงเป็นศูนย์ในการถ่ายทอด HIV ผ่านเพศสัมพันธ์ ข้อมูลนี้สอดคล้องกับหลักฐานจากการศึกษาขนาดใหญ่ที่ไม่พบการถ่ายทอดเชื้อทางเพศสัมพันธ์จากคู่ที่มีระดับไวรัสถูกกดไว้

อย่างไรก็ตาม คำว่า “ตรวจไม่พบ” ไม่ได้แปลว่า HIV หายไปจากร่างกาย ผู้มี HIV ยังต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง ตรวจติดตามระดับไวรัสตามนัด และพูดคุยกับบุคลากรทางการแพทย์เกี่ยวกับผลตรวจของตน ไม่ควรสรุปว่าตนอยู่ในภาวะ U=U จากความรู้สึกหรือจากระยะเวลาที่รับประทานยาเพียงอย่างเดียว

U=U กล่าวถึง การถ่ายทอด HIV ผ่านเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะ และไม่ได้ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่น การเลือกใช้ถุงยางอนามัย การตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และวิธีป้องกันอื่นจึงยังขึ้นอยู่กับสุขภาพและข้อตกลงของแต่ละคน

Quicky

จากข้อมูลทางการแพทย์สู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคม

ความสำคัญของ U=U ไม่ได้จำกัดอยู่ในห้องตรวจ เพราะความกลัวว่าผู้มี HIV จะถ่ายทอดเชื้อได้เสมอเป็นหนึ่งในรากของการตีตรา เมื่อสังคมเข้าใจข้อเท็จจริงเรื่อง U=U ผู้มี HIV สามารถพูดถึงความสัมพันธ์ สุขภาพ และอนาคตของตนได้โดยไม่ถูกมองว่าเป็นอันตรายต่อผู้อื่น

UNAIDS เคยยกให้ U=U เป็นสารสำคัญต่อการรับมือ HIV ของไทย เนื่องจากช่วยทั้งด้านการป้องกันและการลดการตีตรา แนวทางของไทยยังเน้นให้หน่วยงานรัฐ บุคลากรสุขภาพ และภาคชุมชนร่วมกันสื่อสาร เพื่อให้คนเข้าถึงการตรวจ เริ่มรักษา และอยู่ในการดูแลอย่างต่อเนื่อง

ในมุมนี้ แคมเปญ U=U&ME จึงมีบทบาทเชื่อมสามเรื่องเข้าด้วยกัน

  1. ทำให้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เข้าถึงคนทั่วไป — เปลี่ยนศัพท์ทางการแพทย์ให้เป็นข้อความที่จดจำและนำไปพูดต่อได้
  2. ช่วยลดการตีตรา — ยืนยันว่าผู้มี HIV ที่ได้รับการรักษาสามารถมีความรัก ความสัมพันธ์ และชีวิตทางเพศที่มีสุขภาวะได้
  3. สนับสนุนการเข้าสู่ระบบบริการ — การรู้ว่าการรักษามีผลต่อทั้งสุขภาพตนเองและการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อ อาจช่วยลดความกลัวต่อการตรวจและเพิ่มแรงจูงใจในการรักษาต่อเนื่อง

U=U&ME ใช้ภาพและเสียงจากหลายภาคส่วน

การถ่ายภาพเปิดตัวแคมเปญมีผู้สนับสนุนจากภาคการเมือง บุคลากรทางการแพทย์ นักขับเคลื่อนทางสังคม และบุคคลสาธารณะ โดยมีคุณสรชัย แสงสุวรรณเป็นช่างภาพ มูลนิธิเพื่อรักระบุว่าจะเผยแพร่ภาพและเนื้อหาผ่านสื่อออนไลน์และสื่อสิ่งพิมพ์ เพื่อขยายความเข้าใจเรื่อง HIV ไปสู่คนหลายกลุ่มในสังคม

การมีผู้สื่อสารจากหลากหลายวงการมีความหมาย เพราะการตีตรา HIV ไม่ได้เกิดเฉพาะในสถานพยาบาล แต่อาจพบได้ในครอบครัว โรงเรียน ที่ทำงาน สื่อ และความสัมพันธ์ส่วนตัว การเปลี่ยนทัศนคติจึงต้องอาศัยทั้งข้อมูลที่ถูกต้องและเสียงสนับสนุนจากคนที่สังคมมองเห็น

Love2Test

สิ่งที่แคมเปญต้องทำต่อจากการสร้างการรับรู้

การเผยแพร่คำว่า U=U เป็นจุดเริ่มต้น แต่การทำให้แนวคิดนี้เกิดผลจริงยังต้องมีองค์ประกอบอื่น ได้แก่

  • การตรวจ HIV ที่สมัครใจ เป็นความลับ และเข้าถึงได้
  • การเริ่มยาต้านไวรัสโดยเร็วหลังได้รับการวินิจฉัย
  • การติดตามระดับไวรัสและสนับสนุนให้รักษาต่อเนื่อง
  • การสื่อสาร U=U อย่างถูกต้องโดยบุคลากรสุขภาพ
  • บริการที่เคารพศักดิ์ศรีและไม่เลือกปฏิบัติ
  • การเข้าถึงการป้องกันแบบผสมผสาน เช่น ถุงยางอนามัย PrEP และบริการลดอันตรายตามความเหมาะสม

หากขาดระบบสนับสนุนเหล่านี้ U=U อาจกลายเป็นเพียงข้อความรณรงค์ และอาจสร้างแรงกดดันต่อผู้ที่ยังไม่สามารถกดระดับไวรัสได้ การลดการตีตราจึงต้องครอบคลุมผู้มี HIV ทุกคน ไม่ว่าผลระดับไวรัสของบุคคลนั้นจะเป็นอย่างไร

บทเรียนจาก U=U&ME ต่อการรับมือ HIV ของไทย

แคมเปญ U=U&ME แสดงให้เห็นว่าการรับมือ HIV ในปัจจุบันต้องทำมากกว่าการให้ข้อมูลเรื่องการป้องกัน การสื่อสารต้องช่วยให้คนเข้าใจผลของการรักษา เห็นคุณค่าของการตรวจและการดูแลต่อเนื่อง และยอมรับว่าผู้มี HIV มีสิทธิใช้ชีวิตโดยปราศจากการตีตราและการเลือกปฏิบัติ

สำหรับประเทศไทย U=U เป็นทั้งความก้าวหน้าทางการแพทย์และเครื่องมือเปลี่ยนทัศนคติ แต่พลังของข้อความนี้จะเกิดขึ้นเต็มที่เมื่อทุกคนเข้าถึงการตรวจ การรักษา การติดตามผล และบริการที่เป็นมิตรได้อย่างเท่าเทียม

หมายเหตุด้านสุขภาพ: ข้อมูลนี้ให้ความรู้ทั่วไปและไม่ใช้แทนคำแนะนำเฉพาะบุคคล ผู้มี HIV ควรสอบถามแพทย์หรือบุคลากรผู้ดูแลว่าผลระดับไวรัสของตนเข้าเกณฑ์ตรวจไม่พบหรือไม่ และควรติดตามผลบ่อยเพียงใด

Chat Love2Test

แหล่งข้อมูล